Bhumi Lakhon City Museum (พิพิธภัณฑ์ปูมละกอน) :cultural ecology and tourism / 450115 – 59 / กลุ่ม2
Articles Blog

Bhumi Lakhon City Museum (พิพิธภัณฑ์ปูมละกอน) :cultural ecology and tourism / 450115 – 59 / กลุ่ม2


ในส่วนของห้องแรกที่เราจะพาทุกคนไปนะคะ มีชื่อว่า “ห้องโถงจิตวิญญาณ” ห้องนี้เป็นส่วนแรกและส่วนสุดท้างของการจัดแสดง ทำหน้าที่จัดแสดงคอนเซ็ปของพิพิธภัณฑ์ โดยกล่าวถึงผู้กำหนดบทบาทและทิศทางของเมืองลำปาง ต่อจากนั้นนะคะ เมื่อเดินไปเราจะพบกับทีวี ที่ฉายเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของเมืองลำปาง ตำนานพื้นบ้านเมืองลำปางเล่าต่อกันมาว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยแผ่นดินลำปางยังเป็นเมืองโบราณ ที่มีเจ้าเมืองปกครอง วันหนึ่งมีเทวดาตนหนึ่งจุติลงมาเกิด เป็นหญิงชาวบ้านชื่อว่า “นางสุชาดา” พร้อมกันนั้น สาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้า ก็ได้มาเกิดเป็นพระมหาเถระ เจ้าอาวาสในอารามแห่งหนึ่ง วันหนึ่งนางสุชาดาแห็นแตงโมผลใหญ่อยู่ในสวนของตน นางจึงได้นำไปถวายพระมหาเถระ เมื่อผ่าผลแตงโมก็พบว่า ภายในเป็นแก้วมรกต พระมหาเถระต้องการสลักแก้วมรกตนั้น ให้เป็นพระพุทธรูป เพื่อบูชาพระศาสนา แต่ทำอย่างไรก็สลักไม่สำเร็จ พระอิทร์ที่เฝ้าดูอยู่ จึงแปลงกายมาเป็นชายแก่ ช่วยอาสาสลักแต่งโมให้ จนเป็นองค์พระแก้วมรกตในที่สุด สร้างความปิติดีใจให้แก่ทั้งสองเป็นอย่างมาก พระพุทธรูปมรกตองค์นี้ ชาวบ้านเรียกกันต่อมาว่า “พระแก้วดอนเต้า” ต่อมาไม่นาน มีเสียงลำลือในหมู่ชาวเมืองว่า นางสุชาดาและ พระมหาเถระ มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว ความได้ยินไปถึงเจ้าเมือง พระองค์ไม่ทันได้พิจราณาความให้ท่องแท้ ก็สั่งทหารให้นำนางสุชาดาไปประหารชีวิตทันที ก่อนถูกประหาร นางสุชาดาได้ตั้งจิตอธิฐานว่า หากนางไม่ได้กระทำผิด ก็ขอให้เลือดพุ่งขึ้นฟ้า ทันที่ที่เพชรฆาตฟันคอ เลือดก็พุ่งขึ้นฟ้า เมื่อเจ้าเมืองรู้ข่าว ก็เสียใจและรู้สึกผิดจนขาดใจตาย จากนั้นผืนแผ่นดินแห่งนี้ก็ประสบแต่ความทุกข์เข็นเรื่อยมา ด้วยเหตุที่ไปทำร้ายนางสุชาดาผู้บริสุทธิ์ “เมืองพันปีที่มีชีวิต” ได้อธิบายบทบาทและอำนาจของเจ้าเมืองทางเหนือในยุคโบราณ ว่าเป็นผู้กำหนดความเป็นไปของเมือง ในห้องนี้ได้จัดแสดงเมืองลำปางโบราณทั้ง 3 รุ่นคือ ยุคเขลางค์นคร เวียงลคอร จนถึงลำนครลำปาง “สังคมอินเตอร์” แสดงเรื่องราวนะของนครลำปางในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ว่าเป็นชุมชนที่พัฒนาและเติบโตจากการมีคนหลากหลายชาติพันธ์มาพบปะสังสรรค์ ทั้งกิจการสัมปทานป่าไม้และการค้าในตลาด คนเหล่านี้ได้เข้ามาใช้ชีวิต ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน สร้างศาสนสถาน สร้างศาสนสถาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง รวมทั้งปลูกถ่ายวัฒนธรรมของตน ทิศทางของเมืองยุคนี้ จึงเป็นไปตามที่คนนานาชาติกำหนด นอกจากนี้ยังแสดงเหตุการณ์กบฎเงี้ยว รวมทั้งปัญหาสิทธิสภาพนอกอณาเขต “สีสันจากบางกอก” เมื่อรถไฟสายเหนือจากกรุงเทพสร้างมาถึงลำปาง เส้นทางนี้ไม่เพียงขนส่งสินค้าจากกรุงเทพ แต่ยังได้นำวัฒนธรรมแฟชั่น ความทันสมัยต่างๆเข้าสู่เมืองลำปางด้วย ทำให้เกิดสำนวนติดปากคนยุคนั้นว่า “คนสมัยคนลำปาง” ดังนั้นลำปางจึงมีกรุงเทพเป็นผู้กำหนดบทบาทความเจริญ การกลับมาของคำสาป เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2500 เมืองลำปางที่เคยคึกคักกลับเงียบงัน แม้จะมีศูนย์ราชการหรือหน่วยงานระดับประเทศเข้ามาตั้งสาขา สร้างความหวังให้ชาวลำปางว่าจะเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ แต่หลังจากทางหลวงหมายเลข 11 สร้างเสร็จ หน่วยงานต่างๆก็ได้ย้ายไปตั้งที่เชียงใหม่ ่ทำให้เกิดเรื่องร่ำลือว่า… หรือนี่จะเป็นคำสาปของเจ้าแม่สุชาดา และห้องสุดท้าย “ฮอมแฮงแป๋งเวียง” จัดแสดงเรื่องราวของนครลำปางในยุคปัจจุบัน ่คนลำปางยุคใหม่ให้ความสนใจและมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของเมือง โดยร่วมแรงร่วมใจสร้างกิจกรรมสาธารณะที่หลากหลาย รวมทั้งเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อเป็นหนทางในการพัฒนาเมือง โดยตระหนักว่า เมืองของเราก็คืออนาคตของเรา Thank you for watching

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top